กฤษฏิ์ personal blogs

จะเขียนอะไรที่อยากเขียน

มีรักก็มีทุกข์

dhamma love philosophy
24 กุมภาพันธ์ 2569 (7 วันที่ผ่านมา)

เป็นเรื่องไม่บ่อยนักที่เราจะรักใคร บางครั้งมันก็มาแล้วก็ไป แต่ถ้าพูดถึงความรักที่มันยาวนานมากๆหละ รักที่แม้นานแค่ไหนก็จะกลับมาคิดอยู่

สิ่งนี้เป็นความบีบคั้นอย่างหาสุดซึ้งเลยหละ จึงไม่แปลใจเลยที่พระพุทธองค์ยกเรื่องความรักเป็นหนึ่งในสิ่งที่ตัดใจได้ยาก

ทุกความสัมพันธ์ที่จิตใจปรุงแต่งมากแค่ไหน เราก็ยิ่งโดนย้อมมากเท่านั้น

บางทีก็แปลก เมื่อโอกาสยังมี เราก็ลอยเนื้อลอยใจไม่รีบร้อน แต่เมื่อโอกาสได้จบลง กลับเสียดายที่ไม่ได้ทำ

Particle light dust free

โอ้.. แท้จริงความรักคือความเสียดายหรอกหรือ

น่าตลกนักว่าถ้ามันแค่ความเสียดายทำไมเสียดายนัก ทำไมเจ็บนัก

ดอกไม้งาม เมื่อเหียวเฉาใจเราก็สลดลงได้

ไม่ว่าการจากลา ของคนที่อาวรจะร้องดังแค่ไหน
ฟ้าดินก็ไม่เคยให้โอกาสให้อีกครั้งราวกับจะเฆี่ยนให้เข็ดหลาบ

แต่ในท้ายที่สุด ทุกสิ่งในจักวารที่กว้างใหญ่นี้ก็ต้องกระจัดกระจายตามเงื่อนไขของธรรมชาติ

ขนาดผู้คนก็ไม่ได้มาพร้อมกัน จะหวังให้ไปพร้อมกันคงไม่ได้

หากมองจากมุมดอกไม้ดอกเดียว คงเป็นเรื่องน่าเศร้าหากดอกไม้ที่เคยบานจะเหี่ยวและหายไป

แต่ถ้ามีจิตใจที่กว้างขวางที่จะมองฤดูการ ดอกไม้ย่อมเหี่ยวและบ้านเป็นปกติ

ผู้ที่วางใจในทุกสิ่งได้ ต้องมีมุมมองที่กว้างขวางเช่นนั้นด้วย มิเช่นนั้น ความรักจะเป็นความร้าย

เหมือนท่อนหนึ่งในเพลง Delusion:All ของ ONE OK ROCK

I know In order to be free, you gotta let go
But know that once you do That’s when they take hold
Everything’s fair in love and war, so

But maybe we’re delusional

เพื่อจะเป็นอิสระ เราต้องปล่อยไป…

เป็นสัจธรรมที่ทำได้ยากจริงๆ เพราะสิ่งนี้เป็นภาพมายาของจิตใจที่สะสมมานาน

หากวันใดเธอได้พ้นจากสิ่งเหล่านี้ นั้นคงเป็นอิสรภาพที่น่ายินดียิ่งเชียวหละ

มีรักก็มีทุกข์
24 กุมภาพันธ์ 2569
dhamma love philosophy




เอา Raylib Graphic มารันใน Website ได้แล้ว!!

zig wasm raylib webgl
15 กุมภาพันธ์ 2569 (16 วันที่ผ่านมา)

ถ้าพูดถึงการทำ GameDev ก็จะมีหลาย Tool ให้นึกถึง แต่ถ้าเป็นของที่ Low Level ลงมาในภาษา C ก็คงไม่พ้น Raylib

แต่การเขียนด้วยภาษา C มันเหนื่อยมาก แต่มีภาษาที่เป็นพลังให้ Bun และทำให้การเขียน low level ชัดเจนกว่าเดิมด้วยการ explicit memory management อย่างภาษา Zig

เลยได้ลองเอาภาษา Zig มาต่อ Raylib ที่เป็น C / OpenGL library ให้มันสามารถ render บน WebGL ผ่าน Emscripten SDK (emsdk)

ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ Raylib หรือ Zig โดยตรง แต่เป็นการจัดการ Emscripten SDK ที่มีหลายเวอร์ชัน การตั้งค่า environment ค่อนข้างซับซ้อน และการเขียน build.zig ให้ทำงานร่วมกับ emsdk ยังมีตัวอย่างและเอกสารค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะเมื่อใช้ Zig แทน C/C++

นอกจากนี้ยังมีความท้าทายในการสื่อสารระหว่าง WebAssembly (Zig) กับ JavaScript เช่น การส่ง string การจัดการ memory ที่แชร์กัน และการออกแบบ API ให้ใช้งานบน browser ได้สะดวก

สุดท้ายโปรเจกต์นี้จึงกลายเป็นตัวอย่างของ runtime ที่:

  • ใช้ Zig เป็นภาษาหลัก
  • ผูกกับ Raylib สำหรับ rendering
  • คอมไพล์ด้วย Emscripten ไปเป็น WebAssembly
  • สามารถ render ผ่าน WebGL บน browser ได้จริง
  • รองรับการสื่อสารข้อมูลระหว่าง Zig ↔ JavaScript

สามารถไปดูแนวทางการเขียนเพิ่มเติมได้ที่
github:krist7599555/zig-raylib-browser-runtime

หรือทดลองเล่นได้ที่เว็บไซต์
https://krist7599555.github.io/zig-raylib-browser-runtime

เอา Raylib Graphic มารันใน Website ได้แล้ว!!
15 กุมภาพันธ์ 2569
zig wasm raylib webgl




sudoku-zig

webdev zig wasm
4 กุมภาพันธ์ 2569 (27 วันที่ผ่านมา)

โจทย์แก้ปัญหา sudoku เป็นโจทย์ classic มาตลอดในการเรียน backtracking algorithm แต่การคำนวนต้องใช้เวลานานสุดๆ ผมเลยหาทาง Optimize โดยการใช้ low level language เช่นภาษา Zig ที่มีการบังคับการจัดการ memory เอง และ build เป็น wasm ให้ใช่ใน browser ได้ ได้ผลเป็นแบบข้างล่างนี้เลย

แต่ถ้าวิเคราะ ux/ui การเร็วมากก็ไม่ดี ที่กดแล้วค่าเปลี่ยนเลย เพราะคนใช้จะรู้สึกว่ามัน ราคาถูก+ง่าย ถ้าจะทำอะไรเพิ่มก็คงต้องทำ animation เพิ่มแหละให้รู้สึกว่า คอมมันคำนวนหนักจริงๆนะ

ถ้าสนใจดูโคดได้ที่ sudoku.zig, sudoku.mjs

sudoku-zig
4 กุมภาพันธ์ 2569
webdev zig wasm




css-mesh

webdev css
20 มกราคม 2569 (42 วันที่ผ่านมา)

CSS MESH

ทั้งหมดนี้ใช้ code นิดเดียวเป็น css ล้วน (inspiration)

css-mesh
20 มกราคม 2569
webdev css




Love Is War ตัวเองที่สร้างเป็นตัวเองหรือไม่

anime
20 มกราคม 2569 (42 วันที่ผ่านมา)

TLDR; ตัวเอกพยายามมากที่จะทำให้ดีที่สุด
แต่การเป็น “ตัวเองที่ดีที่สุด”
อาจไม่ใช่สิ่งที่ความรักต้องการ

การ์ตูนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมชอบมาตั้งแต่ season 1-2 และวันนี้เพิ่งได้ดู season 3 จนถึงตอนล่าสุด Kaguya-sama: Love Is War - Stairway to Adulthood ที่ปล่อยเมื่อ 31 ธ.ค. 2025 (แต่ผมมาดูหลังจากนั้นประมาณ 20 วัน) ตั้งแต่เพื่อนบอกว่า “พระเอกนางเอกสารภาพรักกันแล้วนะ” บวกกับชื่อตอนที่ใช้คำว่า Adulthood มันทำให้ผมตื่นเต้นอยู่พอสมควร

love is war member

เนื้อเรื่อง

ถ้ามองที่ตัวละคร เรื่องนี้คือเรื่องของพระเอกที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่เพราะอยากเป็นคนที่ยืนอยู่เคียงข้างนางเอก ซึ่งเก่งทั้งฐานะและการเรียน เขาจึงเลือกดันตัวเอง ปรับตัวเอง จนสามารถขึ้นมาเป็นประธานนักเรียนได้

แม้พระเอกและนางเอกจะชอบกัน แต่ความสัมพันธ์กลับเริ่มจากการแข่งขัน ทั้งคู่แสดงออกว่าเป็นคู่แข่ง เพราะไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายที่ยอมแพ้ก่อน ในเกมรักนี้ คนที่สารภาพรักก่อน คือคนแพ้ ซึ่งเป็นแก่นของเรื่องใน season 1-2

ใน season 3 เรื่องราวถูกบีบด้วยเวลา พระเอกต้องไปเรียนต่อ และเวลาที่มีร่วมกันก็น้อยลงเรื่อย ๆ การเตรียมบอกรักจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึก แต่เป็นเรื่องของการตัดสินใจ แม้ทั้งคู่จะได้รู้ความในใจกันแล้ว แต่การทำลายหน้ากากที่สร้างมานานกลับไม่ใช่เรื่องง่าย

ในมุมของฝ่ายชาย การพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดกลายเป็นทั้งแรงผลักและแรงกดดัน และในบางจุดมันก็ทำร้ายตัวเองไปพร้อมกัน แต่ท้ายที่สุดทั้งคู่ก็สามารถปรับความเข้าใจกันได้ โดยค่อย ๆ ก้าวผ่านความไม่ปลอดภัยทางอารมณ์ของตัวเอง

dual male-female friend

โลกจริงไม่สนุกแบบนั้น

แม้เรื่องนี้จะจบด้วยความสมหวัง แต่ถ้าลองถอดบทเรียนออกมา การพยายามไล่ตามอะไรสักอย่างมันเป็นพลังจริง แต่ก็เป็นพลังที่ให้ได้ทั้งคุณและโทษ โดยเฉพาะเรื่องความรัก มันไม่ใช่สิ่งที่วัดผลได้ด้วยความพยายามเพียงอย่างเดียว

บางคนได้กันไม่ใช่เพราะพยายามมากกว่า แต่เพราะจังหวะตรงกัน และเมื่อถึงเวลาที่ต้องแยก ต่อให้ยังอาลัย ก็ต้องแยกกันอยู่ดี ไม่ใช่เพราะใครผิด แต่เพราะไม่มีใครสามารถยื้อเวลาไว้ได้ตลอด

อิชิงามิ is the GOAT

อีกตัวละครที่ผมชอบไม่แพ้กันคือพระรองอย่าง อิชิงามิ เขาเป็นคนที่ทำดีแต่กลับถูกคนรอบข้างเกลียด พูดความจริงแต่กลายเป็นตัวร้าย อิชิงามิเหมือนคนที่แพ้ในระบบตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแข่ง

แม้จะแพ้ แต่เขาไม่เคยเลือกเป็นคนเลว ยังมีมโนธรรม ยังมีความรับผิดชอบ และยังใส่ใจคนรอบข้างอยู่เสมอ เขาไม่ปฏิเสธตัวเอง แม้จะถูกรายล้อมด้วยผู้ที่ดูประสบความสำเร็จมากกว่า

อิชิงามิไม่ได้บอกว่า “ความเจ็บทำให้ผมแกร่งขึ้น” เขาแค่บอกว่า

มันยังเจ็บอยู่
แต่ผมจะไม่ใช้มัน
เป็นข้ออ้างในการทำร้ายคนอื่น

เขาเรียนรู้และปรับตัวในแบบของเขาเอง แม้ภายนอกจะดูเหมือนไม่เปลี่ยนไป นี่คือการเติบโตภายในที่ไม่จำเป็นต้องมีใครเห็น

โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์ที่ดูเพลิดเพลินมาก แค่น่าเสียดายตรงที่ชีวิตผมห่างจากเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ มานานแล้ว เลยอาจจะไม่ได้อินเท่าสมัยก่อน แต่ก็เป็นเรื่องที่ได้จบลงอย่างเหมาะสม และลงตัวที่สุดเท่าที่ควรจะเป็น

Love Is War ตัวเองที่สร้างเป็นตัวเองหรือไม่
20 มกราคม 2569
anime




คำสอนท่านราเชนทร์

เซ็น
17 มกราคม 2569 (45 วันที่ผ่านมา)

TLDR; เซ็นคือการเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่ไปยึดมันไว้
แม้กระทั่งตัวเนื้อหาธรรมหรือการปรุงแต่งทางความคิด
เพราะทั้งหมดนั้นยังเป็นสังขตะธรรม คือธรรมที่ถูกปรุงแต่งอยู่ดี

zen japan black and white leaf

พูดถึงพุทธนิกายเซ็น หลายคนมักนึกถึงภาพพระญี่ปุ่นนั่งนิ่งๆ
สวนหินเงียบๆ หรือไม่ก็โคอันที่อ่านแล้วงงเหมือนโจทย์คณิตที่ไม่มีเฉลย

แต่แปลกดี เพราะเวลาพูดถึง “ต้นกำเนิดทางความคิด” ของเซ็น
เรากลับมักโยงไปที่จีน มากกว่าญี่ปุ่น

ชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อยก็คือ ท่านเว่ยหล่าง และ ท่านหวงโป
สองท่านนี้เปรียบเหมือนรากของระบบความคิดเซ็น
เป็นแกนที่ทำให้คำสอนทั้งหมดตั้งอยู่ได้

แต่ถ้าข้ามมาที่ญี่ปุ่นเอง
ก็มีอีกสายหนึ่งที่น่าสนใจมาก
และมักถูกพูดถึงน้อยกว่าที่ควร

Morinaga Sōkō (1925–1995)
Morinaga Sōkō (1925–1995)

หนึ่งในนั้นคือ ท่านโซโก (Morinaga Sōkō)
ซึ่งในบริบทภาษาไทย บางแหล่งจะเรียกหรือถอดเสียงใกล้เคียงกับชื่อว่า ราเชนทร์
แม้จะไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลเดียวกันแบบตรงตัว
แต่แก่นคำสอนอยู่ในสายความคิดเดียวกัน

โมรินากะ โซโก (Morinaga Sōkō) เป็นพระอาจารย์นิกาย รินไซเซ็น ของญี่ปุ่น
ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด ไดชูอิน วัดย่อยของวัดใหญ่ เมียวชินจิ ที่เกียวโต
และเคยเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัย ฮานาโซโนะ ระหว่างปี 1986–1994
ท่านได้รับการถ่ายทอดธรรมจากสายครูเซ็นสำคัญ
เขียนหนังสือเกี่ยวกับเซ็นหลายเล่ม
และมีบทบาทในการเผยแพร่การปฏิบัติเซ็นแบบรินไซไปสู่ชาวตะวันตก
ก่อนมรณภาพในปี 1995

วันนี้เลยอยากชวนรู้จักแนวคำสอนในสายนี้ผ่าน
คำสอนท่านราเชนทร์
playlist ที่ช่วยให้เห็นว่า “ธรรมชาติเดิมแท้”
ในแบบที่ท่านถ่ายทอดนั้น เป็นอย่างไร มีประโยคหนึ่งของท่านที่ผมชอบมาก

แท้จริงสภาพดังเดิมนั้นไม่เคยมีขยะ
ธรรมชาติดั้งเดิมแท้มันสะอาดปริสุทธิ์
อันไม่เป็นตัวไม่เป็นตน

นี่คือบทเรียนแรกที่ได้จากคำสอนของท่าน
สภาพที่แท้จริงของมนุษย์และสรรพสิ่ง
คือ ความดั้งเดิมของมัน

ก่อนที่เราจะเอาป้ายไปแปะว่า
ดี เลว มีค่า หรือไร้ค่า

ประโยคนี้ไม่ได้ปลอบใจ
มันเหมือนตบเบาๆ ให้เราหยุดแยกโลก
เป็น “ของดี” กับ “ของไร้ค่า”

ทั้งความผิดพลาด ความวุ่นวาย
หรือแม้แต่ตัวเราในวันที่ไม่เอาไหน
ทั้งหมดนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ไม่ใช่สิ่งที่ต้องโยนทิ้ง

เซ็นในมุมนี้ไม่ได้สวยงาม
แต่มันจริง
และจริงแบบที่อยู่กับเราได้นาน

คำสอนท่านราเชนทร์
17 มกราคม 2569
เซ็น




ผียุงบอกบุญ

กรรม
12 มกราคม 2569 (50 วันที่ผ่านมา)

TLDR; ผียุงมาปลุกให้ฟังธรรม แล้วพาไปคิดเรื่องกรรม เมตตา และการใช้ชีวิต

บรรยากาศความเงียบในช่วงเช้ามืด

เมื่อไม่กี่วันก่อน มีเพื่อนชวนผมไปกินข้าว และระหว่างนั้นก็ถามผมเรื่องผีอยู่หลายคำถาม ผมก็ตอบไปตามความเข้าใจของตัวเอง
แต่วันนี้ดันมีเรื่องแปลก ๆ มาเล่าให้ฟังเสียเอง

วันนี้ผมออกมานอนต่างถิ่น เพราะวันรุ่งขึ้นต้องไปงานซ้อมรับปริญญาของน้อง
ก่อนนอนผมก็แผ่เมตตาตามปกติ รู้สึกว่ามีหลายดวงจิตได้รับ ก็ปล่อยผ่านไป

จากนั้นก็กำหนดสติบ้าง ระลึกลมหายใจบ้าง ระลึกถึงเสียงหัวใจบ้าง ปล่อยอารมณ์ไปเรื่อย ๆ จนเผลอหลับไป

รู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงยุงบินอยู่ใกล้หู
ผมก็พิจารณาว่า ถ้ามันจะกินเลือดก็ให้มันกินไปเถอะ สัตว์ทั้งหลายก็ต้องหากินเหมือนกัน

แต่ยุงตัวนี้แปลก มันไม่ยอมมาเกาะกินเลือดสักที มีแต่บินวน
ตอนแรกมันอยู่แถวหูซ้าย บินไปมาซ้ายขวา สลับไปมา ผิดวิสัยยุงไปหน่อย

ปกติแล้วยุงทั่วไป ถ้าเจอผม ก็คงกินเลือดจนอิ่ม แล้วไปเกาะนิ่ง ๆ รอให้ผมตื่น เห็นทีไรก็อ้วนด้วยเลือดผมทุกที
แต่ตัวนี้ ก่อนนอนก็ไม่เห็น ห้องก็ปิดสนิทดี แล้วมาโผล่อะไรตอนนี้

ผมเริ่มเอะใจ คิดในใจว่า “แบบนี้ผีชัวร์”
เลยลุกขึ้นมานั่งสมาธิบนเตียง แล้วกำหนดจิตว่า ถ้าเป็นผีจริง และมาช่วยปลุกให้ปฏิบัติธรรม ก็ขอให้ยุงหายไป

แล้วยุงก็หายไปจริง ๆ

แต่มีเรื่องแปลกอีกอย่าง ตอนลุกมานั่ง สมาธิกลับไม่ค่อยสงบ ทั้งที่ก่อนนอนรู้สึกว่านอนสมาธิได้ดี
ผมเลยลงมาชั้นล่าง ดูนาฬิกา เป็นเวลาตีสี่ครึ่ง

ซึ่งเป็นช่วงเวลายอดนิยมที่ผีมักจะมาปลุกให้ลุกมาทำนั่นทำนี่จริง ๆ

จากประสบการณ์ส่วนตัว ถ้าผีมาปลุกช่วงเวลานี้ มักจะเป็นได้สองแบบ
หนึ่ง คือเป็นผีสัมมาทิฏฐิ หวังดี อยากให้เราปฏิบัติธรรม ทำความดี จึงช่วยผลักดัน
สอง คือเขาอยากร่วมอนุโมทนา เพราะการที่เราทำดี เป็นบุญที่ช่วยให้พลังจิตของเขาสว่างขึ้น ใหญ่ขึ้น และอาจช่วยเลื่อนภพภูมิได้

คำว่าคนดีผีคุ้ม คือคุ้มแบบนี้หรอ…

คืนนั้นผมจึงตัดสินใจเปิดเทศน์ธรรมะฟัง เผื่อเขาจะฟังไปด้วยกันได้ คลิปนี้ - ให้เข้าใจในหลักความจริง


เนื้อหาคร่าว ๆ จากเทศน์

  • ทำทุกอย่างไม่ใช่เพื่ออะไร แต่เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม
  • คนเราตายไปก็ตายเปล่า เหลือเพียงร่างเน่า ๆ ให้คนจัดการ
  • ต่อให้ห่วงใยทุกคน แต่บางอย่างเราก็ทำไม่ได้ อะไรอยู่ในขอบเขตเราก็ช่วย อะไรเกินขอบเขตก็วางอุเบกขา
  • พระพุทธเจ้าทุกพระองค์มีแต่เมตตา หากไม่มีเมตตา ย่อมสร้างบารมีไม่ได้ถึงขั้นนี้
  • เมื่อเจริญเมตตา จิตย่อมเป็นสุข
  • เมื่อเจริญเมตตา ก็สามารถหลุดพ้นได้ (เมตตาเจโตวิมุต)
  • เมตตาคำเดียว ตัดความฟุ้งซ่าน ความรำคาญ และการปรุงแต่งทั้งหมด
  • เหตุผลมีได้ไม่รู้จบ แต่เมตตาคำเดียวจบ
  • คนจะอยู่ร่วมกันได้ ต้องมีเมตตาเกื้อกูลกัน
  • กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
  • ทุกสิ่งที่มาเกี่ยวข้องกับเรา ล้วนมีเหตุมีปัจจัย
  • กรรมมีเหตุผล หากคิดข้ามภพข้ามชาติ
  • หากรู้ว่าผิดพลาดตรงไหน ก็ใช้เป็นบทเรียน ไม่ทำซ้ำในปัจจุบัน
  • บางครั้งไม่ใช่ได้สิ่งที่ดีที่สุด แต่เป็นสิ่งที่เลวน้อยที่สุด
  • ความดิ้นรนที่เกิดจากโลภ โกรธ หลง เป็นอกุศล
  • เราทั้งหลายมีกรรมเป็นที่พึ่ง ทำกรรมใดไว้ ย่อมได้รับผลกรรมนั้น
  • กรรมชั่วไม่ทำเสียเลยดีกว่า เพราะผลจะตามมาภายหลัง
  • ธรรมและอธรรมต่างก็มีอานุภาพ ต้องรู้จักพิจารณาให้ดี
  • เมื่อปัญญาเกิด ต้องใช้สติ สมาธิ และการใคร่ครวญอย่างรอบคอบ

พูดถึงเรื่องกรรม ขอเล่าเรื่องที่น่าพิจารณาไว้บ้าง
ทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียงมโนของผมเอง ฟังหูไว้หูก็พอ

เรื่องแรก เพื่อนคุยกันถึงกรณีแฟนนักร้องวง Only Monday ที่มีคลิปส่วนตัวหลุดออกมา
ใจผมแวบคิดว่า ในอดีตเขาอาจเคยทำให้ใครต้องอับอายก็ได้ จึงอาจต้องมารับผลในวันนี้ โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัว

ความรักนี้มันคับแค้นจริงๆเลยนะ…

อีกเรื่องคือรุ่นน้องในชมรมสมัยมหาวิทยาลัย ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกรถสิบล้อเบียด
ผมรู้สึกมาสักพักว่า ดวงจิตของน้องอาจยังไม่ไปสวรรค์หรือลงนรก แต่อาจยังยึดติดกับบางสิ่งในโลกนี้
และสิ่งนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีพระที่เธอรู้จักทักในลักษณะเดียวกัน

บังเอิญว่าในวันนั้น เป็นครั้งแรกที่ผมเล่าเรื่องผีให้เพื่อนกลุ่มนี้ฟัง
เพื่อนคนหนึ่งที่นั่งข้างผมก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมา และเล่าว่า
ปกติเขาและรุ่นน้องผู้หญิงคนนั้นเป็นสายดื่มหนัก อยู่โต้รุ่งด้วยกันเป็นประจำ
แต่จู่ ๆ รุ่นน้องผู้ชายที่เสียชีวิตก็เข้ามาอยู่ในกลุ่ม และอยู่โต้รุ่งด้วยเป็นประจำเช่นกัน
จึงอดสงสัยไม่ได้ว่า นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุที่ทำให้น้องยังยึดติดอยู่กับคนนี้หรือไม่

ท้ายที่สุด เรื่องผีหรือวิญญาณเป็นสิ่งที่พิสูจน์ทางกายภาพได้ยาก
พูดไปก็ไม่รู้จบ อาจไม่ใช่หนทางแห่งทุกข์ แต่เป็นความรู้หนึ่งที่ช่วยอธิบายบางเรื่องได้
และอาจช่วยให้ผู้ฟังคลายทุกข์ลงได้บ้าง

สุดท้าย ไม่ว่าผีจะมีจริงหรือไม่
สิ่งที่แน่นอนคือ สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนพอใจในความเมตตาและความหวังดี
และเมตตานี่เอง ที่ช่วยเติมแรงใจให้ผู้คนสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ได้มากขึ้น

วันนี้ถ้าคุณเจอใคร อย่าลืมยิ้มหวาน ๆ
ส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ให้กันบ้างนะ

ผียุงบอกบุญ
12 มกราคม 2569
กรรม




วิถีซามูไร กับคำถามว่าชีวิตกำลังแลกอะไรอยู่

ซามูไร มูซาชิ
11 มกราคม 2569 (51 วันที่ผ่านมา)

TLDR; ซามูไรไม่ใช่เรื่องเท่หรือการพร้อมตาย
แต่คือการกล้าถามตัวเองว่ากำลังแลกอะไรกับชีวิตอยู่
และยอมวางดาบลงเมื่อถึงเวลาที่ควร

คลิป 7 วิถีซามูไร ทำให้ผมเพิ่งเข้าใจว่า ทำไมการ์ตูนบางเรื่องในวัยเด็กถึงยังติดอยู่ในหัวมาจนถึงวันนี้
มันพาผมย้อนกลับไปนึกถึงเส้นทางในวัยเด็ก ผ่านการ์ตูนที่ตราตรึงใจอยู่สองเรื่อง คือ ซามูไรแชมพู และ เวกาบอน

ก่อนหน้านี้ผมเองก็ไม่เข้าใจนักว่าทำไมถึงรู้สึกผูกพันกับการ์ตูนสองเรื่องนี้มากขนาดนั้น จนกระทั่งได้ดูคลิปดังกล่าว จึงเริ่มมองเห็นคำตอบบางอย่าง

อาชีพซามูไรแทบจะไม่เหมาะกับการเป็น “อาชีพ” ด้วยซ้ำ เพราะเป็นเส้นทางที่เพียงแค่คุณใช้ชีวิตอยู่ ความตายก็อาจมาถึงได้ง่ายดาย บางครั้งมันอาจง่ายกว่าการมีชีวิตอยู่เสียอีก

พร้อมตาย แต่ไม่คิดจะทิ้งชีวิต

you've become kind, that means you're stronger

ในเรื่องราวของนักดาบ เรามักจะเห็นว่า “จุดจบ” ของตัวละครมักรออยู่ ณ จุดสูงสุดของวิชา เมื่อไปถึงตรงนั้น คำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ เราได้เห็นอะไร และเราได้สูญเสียอะไรไปบ้างระหว่างทาง
การหาคำตอบของคำถามนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีนักดาบเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีชีวิตอยู่จนไปถึงจุดสูงสุดได้จริง

ชีวิตของพวกเราก็ไม่ต่างกัน หากไม่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า จุดสูงสุดที่เรามุ่งไปนั้นคืออะไร และเมื่อไปถึงแล้ว เราจะได้เห็นทัศนียภาพแบบใด เราอาจเดินไปเรื่อย ๆ โดยไม่เคยรู้เลยว่าเรากำลังแลกอะไรไป

ในเรื่อง เวกาบอน แม้มูซาชิจะได้รับการยกย่องจากสังคมว่าเป็นนักดาบอันดับหนึ่ง แต่เส้นทางของเขากลับค่อย ๆ พาเขาลงจากจุดสูงสุดสู่ความสามัญ ด้วยโชคชะตาที่บีบบังคับให้ต้องหลบหนีการไล่ล่า เขาได้มาใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครรู้จักอดีตของเขา

และในช่วงเวลานั้นเอง เขาอาจเริ่มรู้สึกว่าได้ละทิ้งตัวตนของ “นักดาบ” ไปแล้ว บางทีอาจถึงขั้นละทิ้งแม้กระทั่งชื่อ “มูซาชิ” ที่เคยแบกรับไว้

in order to learn just that much, I waited 22 years

ตอนนี้เป็นช่วงที่ผมรู้สึกว่างดงามมาก มันสะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์คนหนึ่ง แม้จะมีอดีตที่เต็มไปด้วยความผิดพลาด ก็ยังสามารถเริ่มต้นใหม่ได้
อดีตไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่กำหนดอนาคตของเราเสมอไป ทุกคนล้วนเคยพลาดกันทั้งนั้น

การพลาดไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การยอมรับ เข้าใจ และปรับปรุงตนเอง เพื่อไม่ให้พลาดซ้ำในอนาคต นั่นต่างหากที่สำคัญ
สำหรับผม นี่ก็คือ “วิถีของซามูไร” เช่นกัน

เหมือนชีวิตที่อาจถูกตัดขาดได้ในดาบเดียว
การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตนเอง ก็สามารถเกิดขึ้นได้ในดาบเดียวเช่นกัน

วิถีซามูไร กับคำถามว่าชีวิตกำลังแลกอะไรอยู่
11 มกราคม 2569
ซามูไร มูซาชิ




ขอบคุณที่อ่านครับ 😊